เฉลยปัญหาประจำเดือนมีนาคม 2569
| ปัญหาข้อที่ 1 : | ||
| คำถาม : |
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จัดงาน "คุณค่าสงขลานครินทร์ ประจำปี 2569" (PRIDE of PSU 2026) ในวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร |
|
| คำตอบ : |
วันที่ 13 มีนาคม 2569 |
เกร็ดความรู้
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดงาน “คุณค่าสงขลานครินทร์ ประจําปี 2569” (PRIDE OF PSU 2026) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “PSU Pride: Brilliance Blue” ความเปล่งประกายเหนือผืนน้ำเงิน ซึ่งตรงกับวันสถาปนามหาวิทยาลัย ในวันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เพื่อเป็นการยกย่อง และสดุดีอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ได้ช่วยกันสร้างผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ การแสดงเพลงขับร้องของนักศึกษา กิจกรรม PSU Pride Talk โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์จากหลากหลายสาขาร่วมถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน เพื่อสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพและมีคุณูปการต่อประเทศ
งาน “คุณค่าสงขลานครินทร์ ประจำปี 2569” เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความภาคภูมิใจ และคุณค่าแห่งความเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมตอกย้ำบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ และรับใช้สังคมอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง : เว็บไซต์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ภาพ : หอประวัติ ม.อ.
ค้นคว้าและเรียบเรียงข้อมูลโดย..นางพินทุมาศ แก้วสว่าง
| ปัญหาข้อที่ 2 : | ||
|
|
||
| คำถาม : |
ประติมากรรม “กาลเวลาไม่มีวันสิ้นสุด” บริเวณหน้าอาคารหอประวัติ ม.อ. เป็นรูปหุ่นคนเดินบนบันไดวน อยากทราบว่าบันไดมีทั้งหมดกี่ขั้น |
|
| คำใบ้: |
เดินมาดูหน้าอาคารหอประวัติฯ หรือลองนับจากภาพด้านหน้าอาคารแบบ 360 องศาที่ https://link.psu.th/vz2qua |
|
| คำตอบ : |
26 ขั้น |
เกร็ดความรู้

ประติมากรรม “กาลเวลาไม่มีวันสิ้นสุด” จัดทำขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจเข้าสู่ตัวอาคารหอประวัติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีลักษณะงานประติมากรรมเป็นรูปหุ่นคนเดินบนบันไดวน มีขนาดกว้าง 215 ยาว 340 สูง 450 เซนติเมตร ตัวประติมากรรมรูปคน 3 คน ใช้วัสดุทองเหลืองรมดำแทนชีวิตในแต่ละช่วง ประติมากรรมบันได ใช้วัสดุสแตนเลส STL 304 ไม่เป็นสนิม ขัดด้าน มีจำนวน 26 ขั้น ประติมากรรมทั้งชิ้นหมุนรอบตัวเองด้วยมอเตอร์เกียร์
ชื่อประติมากรรม “กาลเวลาไม่มีวันสิ้นสุด” อาจารย์มนัส กันตวิรุฒ ผู้อำนวยการหอประวัติ เป็นผู้ตั้งชื่อ เนื่องจากหอประวัติจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเวลา เพราะเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งถูกถ่ายทอดและส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง เป็นอย่างนี้เรื่อยไปไม่มีวันสิ้นสุด ตั้งอยู่บริเวณลานด้านหน้าอาคารหอประวัติ ท่ามกลางบ่อน้ำล้น น้ำพุ และบ่อหินแม่น้ำจำนวน 2 บ่อ บ่อหนึ่งเป็นสีขาว บ่อหนึ่งเป็นสีดำ เพื่อเป็นการแสดงแนวคิดทางปรัชญาเกี่ยวกับแบบแผนแห่งการหมุนวนของธรรมชาติซึ่งถูกกำหนดให้เป็นขั้วตรงข้ามกัน 2 ขั้ว ขั้วหนึ่งคือ หยิน (Yin) แสดงถึงความมืด ส่วนอีกขั้วหนึ่งคือ หยาง (YANG) แสดงถึงความสว่าง เป็นขั้วซึ่งกำหนดขอบเขตของวัฏจักรแห่งการเปลี่ยนแปลง และเชื่อว่าเมื่อขั้วหนึ่งถึงจุดสูงสุดก็ต้องถอยให้กับอีกขั้วหนึ่ง จะเป็นเช่นนี้เสมอไป


การจัดทำประติมากรรมเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กับมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีอาจารย์อำมะฤทธิ์ ชูสุวรรณ เป็นผู้ออกแบบประติมากรรม และอาจารย์นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์ เป็นประติมากรผู้สร้างสรรค์งานประติมากรรม
แนวคิดในการออกแบบประติมากรรม
มีความต้องการสื่อถึง ‘ชีวิต’ ที่ต่างดำเนินไปตามลำดับขั้นประสบการณ์เรียนรู้ ในวิถีแห่งตนของมนุษย์ที่ตั้งอยู่และดับไป มีทั้งขึ้นและลง ครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นวัฏจักรและเป็นไปในห้วงของกาลเวลาไม่มีวันสิ้นสุด
รูปบันได เป็นสัญลักษณ์แทนขั้นประสบการณ์เรียนรู้ ที่แสดงให้เห็นว่า เวลาผ่านไปไม่เคยมีไรสูญเปล่า วันเวลาเพิ่ม อายุเพิ่ม ประสบการณ์ก็เพิ่มขึ้น ซึ่งถ้ามองในตำแหน่งที่เหมาะสม จะเห็นเป็นเครื่องหมายอินฟินิตี้ (Infinity ∞) มีลักษณะเป็นวงกลม 2 วงอยู่ติดกันหรือเลข 8 วนเวียนเป็นวัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด
รูปคนเดินบนบันไดวน มีทั้งเดินขึ้นและเดินลง มีทั้งเดินแบบปกติและเดินห้อยหัวลง ซึ่งแฝงนัยยะที่ว่า ไม่มีด้านบนและด้างล่างอย่างแท้จริง ส่วนคนที่จำนวน 3 คนนั้น เป็นตัวแทนในแต่ละช่วงชีวิต จะเห็นได้ว่ารูปคนที่มีลักษณะแบบนั้น ดูเหมือนว่ายังไม่สมบูรณ์ เพราะเดินอยู่ข้างล่าง ห่างจากประตู แต่พอขึ้นไปจนผ่านประตู ก็จะมีความสมบูรณ์มากขึ้น แล้วก็เดินลง ก่อนจะวนกลับมาใหม่
ประตู เป็นสัญลักษณ์แทนความสำเร็จในแต่ละช่วงของชีวิต แต่ก็ไม่มีความสำเร็จใดจะจีรังยั่งยืน

ค้นคว้าและเรียบเรียงข้อมูลโดย..นางพินทุมาศ แก้วสว่าง